ตัวอย่าง: หนึ่งวันของพนักงานออฟฟิศ
ตัวเลขของวันนี้คือ 320 บาท จดไว้ 6 รายการ: กาแฟ 45 วินมอเตอร์ไซค์ 20 BTS 42 ข้าวกลางวัน 60 ชานม 55 ข้าวเย็น 70 รวม 292 บาท ยังเหลือ 28 บาท ซึ่งจะไปเพิ่มให้ตัวเลขของวันพรุ่งนี้ ทั้งวันใช้เวลาจดรวมกันไม่ถึงครึ่งนาที
ทำไมคนส่วนใหญ่จดรายจ่ายได้ไม่เกินสองสัปดาห์
เพราะจดละเอียดเกินไป และจดแล้วไม่ได้อะไรกลับมา การนั่งไล่สลิปทุกคืนเหนื่อยเกินกว่าจะทำได้ทุกวัน
อีกเหตุผลคือการจดอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าควรหยุดตอนไหน ถ้าไม่มีตัวเลขให้เทียบ เห็นว่าวันนี้ใช้ไป 400 บาท ก็ไม่รู้ว่ามากหรือน้อย
รายจ่ายเล็ก ๆ ที่มักหลุดจากการจด
กาแฟวันละแก้ว 50 บาท ทำงาน 22 วัน เท่ากับ 1,100 บาทต่อเดือน ชานมอีกสัปดาห์ละ 3 แก้วก็อีกประมาณ 660 บาท ไม่ได้แปลว่าต้องเลิก แต่ควรเห็นตัวเลขจริง
ค่าสมาชิกรายเดือนก็หลุดง่าย เพราะตัดจากบัตรเงียบ ๆ ใน Sève ค่าสมาชิกพวกนี้ถูกหักออกจากงบให้เองทุกเดือน ส่วนรายจ่ายระหว่างวัน จดหนึ่งรายการใช้ประมาณ 3 วินาที
จดรายจ่ายครั้งละ 3 วินาที แล้วเห็นว่าวันนี้เหลือเท่าไหร่ ดาวน์โหลด Sève บน App Store

คำถามที่คนถามบ่อย
จ่ายผ่านแอปธนาคารอยู่แล้ว ต้องจดอีกทำไม
ประวัติในแอปธนาคารบอกว่าเงินออกไปไหน แต่ไม่บอกว่าวันนี้ยังใช้ได้อีกเท่าไหร่ และรายการพร้อมเพย์ส่วนใหญ่ขึ้นแค่ชื่อร้านหรือชื่อคน ดูย้อนหลังแล้วแยกหมวดยาก การจดเองไม่กี่วินาทีทำให้รู้ตัวตอนที่จ่าย ไม่ใช่ตอนสิ้นเดือน
จดในสมุดหรือใช้แอปดีกว่ากัน
อันไหนที่คุณทำได้ทุกวัน อันนั้นดีกว่า สมุดดีตรงที่เห็นภาพรวม แต่ต้องคำนวณเอง แอปคำนวณให้ทันที ถ้าห่วงเรื่องข้อมูล เลือกแอปที่ไม่ต้องผูกบัญชีธนาคาร อย่าง Sève ที่เก็บข้อมูลไว้ในมือถือของคุณเท่านั้น
ลืมจดไปหลายวัน ต้องย้อนกลับไปเติมไหม
ไม่ต้อง ถ้าจำยอดรวมคร่าว ๆ ได้ ใส่เป็นรายการเดียวแล้วเริ่มใหม่วันนี้ จดไม่ครบสองวันไม่ทำให้ทั้งเดือนเสีย แต่การเลิกจดเพราะรู้สึกว่าตามไม่ทันทำให้เสีย
ควรแบ่งหมวดรายจ่ายยังไง
ยิ่งน้อยยิ่งดี 5-6 หมวดพอ เช่น อาหาร เดินทาง ของใช้ ช้อปปิ้ง สังสรรค์ อื่น ๆ ถ้าหมวดเยอะเกินจะต้องคิดทุกครั้งที่จด แล้วจะเลิกเร็ว
อ่านต่อ